ศาลเจ้าเกียนอันเกง หรือศาลเจ้าแม่กวนอิม มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนในชุมชนกุฎีจีนทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ จิตใจ และวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้
ศูนย์รวมจิตใจและความศรัทธาศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่คนในชุมชนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก โดยเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมซึ่งผู้คนมักมากราบไหว้ขอพรในเรื่องโชคลาภ การงาน และการค้าขาย เพื่อให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง ความหมายแห่งความสงบสุข ชื่อ เกียนอันเกง มีความหมายที่เป็นมงคล โดย เกียน แปลว่าสร้าง สื่อถึงบรรพบุรุษชาวฮกเกี้ยนเป็นผู้สร้างและ อัน แปลว่าความสงบสุขร่มเย็น เมื่อรวมกันจึงหมายถึง สถานที่ที่สร้างความสงบสุขร่มเย็นให้กับผู้คนที่เข้ามากราบไหว้รากฐาน
ประวัติศาสตร์ของชุมชนศาลเจ้าแห่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวจีนฮกเกี้ยนที่ตามเสด็จสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาตั้งรกรากริมคลองบางกอกใหญ่ตั้งแต่สมัยธนบุรี และชื่อ กุฎีจีน ของชุมชนก็น่าจะมีที่มาจากศาลเจ้าจีนแห่งนี้นี่เอง ความผูกพันผ่านสายตระกูลอาคารศาลเจ้าหลังปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยบรรพบุรุษของสกุลตันติเวชกุลและสกุลสิมะเสถียร ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ใน
พื้นที่ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของคนในชุมชนจากรุ่นสู่รุ่น สัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง ศาลเจ้าเกียนอันเกงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ สามศาสนา สี่ความเชื่อ ในย่านกะดีจีน โดยตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างวัดกัลยาณมิตร พุทธ และโบสถ์ซางตาครู้ส คริสต์ ซึ่งมีทางเดินเลียบแม่น้ำเชื่อมถึงกันทั้งหมด สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของคนในชุมชนที่แม้จะต่างศาสนาแต่ก็เคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของกันและกัน และมักแวะเวียนมาเยี่ยมชมหรือทำบุญร่วมกันในโอกาส
ต่าง ๆ จุดเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่ประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเช็คอินสำคัญในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชน ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมและสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนและไทยได้อย่างงดงาม โดยสรุป ศาลเจ้าเกียนอันเกงจึงเปรียบเสมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและสัญลักษณ์แห่งความสงบสุขที่หล่อหลอมให้คนไทยเชื้อสายต่าง ๆ ในชุมชนกุฎีจีนอยู่ร่วมกันอย่างสมเกียรติและสันติมาอย่างยาวนาน
ความแตกต่างทางศาสนาในชุมชนแห่งนี้ ไม่ถือเป็นอุปสรรค ต่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอุปสรรคและความขัดแย้งดังนี้
ความขัดแย้งระหว่างศาสนาแทบไม่มีผู้นำศาสนาและสมาชิกในชุมชนต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ความขัดแย้งรุนแรงที่มาจากเรื่องศาสนาโดยตรงนั้น แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย เนื่องด้วยรากฐานที่อยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนานจนมีความสัมพันธ์ฉันเครือญาติ ความขัดแย้งระดับบุคคลเป็นเรื่องธรรมดา อุปสรรคที่พบมักเป็น เรื่องความคิดเห็นไม่ตรงกันส่วนบุคคล หรือการพูดคุยเรื่อง
ทั่วไปอย่างการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ปุถุชน แต่จะไม่ลุกลามจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างศาสนา การจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี เมื่อเกิดความไม่เข้าใจกัน ชุมชนจะใช้การ พูดคุยผ่านตัวแทนหรือผู้นำชุมชน เพื่อไกล่เกลี่ยด้วยความยุติธรรม เสมอภาค และประนีประนอม เพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลาย ปัจจัยภายนอกที่ถูกนำมาแอบอ้าง
มีข้อสังเกตว่าปัญหาความขัดแย้งในสังคมส่วนใหญ่มักมาจากเรื่อง การแก่งแย่งชิงดี ปัญหายาเสพติด หรือผลประโยชน์ มากกว่าเรื่องศาสนา แต่ความแตกต่างทางศาสนามักถูกนำมาแอบอ้างเป็นสาเหตุ ความท้าทายจากคนกลุ่มใหม่ แหล่งข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันอาจมีปัญหาจาก คนกลุ่มใหม่ที่ย้ายเข้ามา ซึ่งมักใช้ชีวิตเร่งรีบและต่างคนต่างอยู่มากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความไร้ระเบียบของสิ่งปลูกสร้าง ขยะ และมลพิษ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงสังคมและกายภาพมากกว่าเรื่องความเชื่อทางศาสนา โดยสรุปแล้ว อิทธิพลของหลักธรรมและการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความแตกต่างทางศาสนาไม่อาจเป็นอุปสรรคต่อความสมัครสมานสามัคคีของคนในย่านกะดีจีนได้






