การวางผังตามแบบวัดหลวง วัดแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงอาคารเดียว แต่มีการวางแปลนตามแบบวัดหลวงที่มีความยิ่งใหญ่และซับซ้อน โดยประกอบด้วยอาคารหลักถึง 3 ส่วน คือ วิหารท้าวจตุโลกบาล ส่วนหน้า พระอุโบสถ ส่วนกลาง และวิหารเทพเจ้า ส่วนหลัง สถาปัตยกรรมเฉพาะทางที่ประณีตตัววัดถูกสร้างตามลักษณะสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ของสกุลช่างแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญสูง เห็นได้
จากภาพวาดที่มีการประดับประดาด้วยรูปปั้นมังกรคู่บนหลังคาที่มีรายละเอียดวิจิตรบรรจง และรูปปั้นสิงโตหินขนาดใหญ่ที่หน้าประตู
วัสดุและการก่อสร้างแบบโบราณการสร้างใช้วัสดุสำคัญคือไม้และอิฐ
ซึ่งในสมัยนั้นการแกะสลักไม้สำหรับทำป้ายชื่อวัด ป้ายคู่หน้าประตู ตุ้ยเหลียน รวมถึงโครงสร้างหลังคาที่ซ้อนชั้นกัน
หลายชั้นตามที่เห็นในภาพ ต้องใช้เวลาและความละเอียดอ่อนของช่างฝีมืออย่างมาก
งานอักษรศิลป์และจิตรกรรม ความเป็นสิริมงคลของวัดสะท้อนผ่านอักษรพู่กันจีนและป้ายไม้แกะสลักที่มีอยู่มากมายรอบบริเวณวัด ซึ่งเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์ให้สมบูรณ์แบบ
สรุปได้ว่า ความอลังการของผังวัดแบบวัดหลวง ร่วมกับความวิจิตรของงานช่างศิลป์จีนแต้จิ๋วที่ต้องใช้ทั้งไม้และอิฐในการก่อสร้าง คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้การสร้างวัดมังกรกมลาวาสต้องใช้ความพิถีพิถันและระยะเวลานานกว่าจะแล้วเสร็จ ภาพวาดสีน้ำ ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวัดมังกรกมลาวาส เล่งเน่ยยี่ โดยสามารถขยายความตามประเด็นสำคัญได้ดังนี้
1. ประวัติและการก่อสร้างที่มีความประณีต
ระยะเวลาการสร้าง วัดแห่งนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2414 และด้วยความวิจิตรบรรจงของงานสถาปัตยกรรม ทำให้ต้องใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 8 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์
วัสดุหลัก ในการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ได้เลือกใช้ ไม้และอิฐ เป็นวัสดุสำคัญ ซึ่งเป็นพื้นฐานของงานสถาปัตยกรรมจีนที่มีความคงทนและสง่างาม
2. อัตลักษณ์สถาปัตยกรรมและการวางผังแบบ วัดหลวง สกุลช่างแต้จิ๋ว วัดมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีนตอนใต้ของสกุลช่างแต้จิ๋ว ซึ่งโดดเด่นด้วยงานประติมากรรมบนหลังคาที่ประดับด้วยรูปปั้นมังกร และการใช้สีสันที่สื่อถึงความเป็นสิริมงคลการวางผังที่ทรงคุณค่า แผนผังของวัดถูกวางตามแบบวัดหลวง โดยจัดลำดับอาคารศักดิ์สิทธิ์เป็น 3 ส่วนหลัก คือ วิหารท้าวจตุโลกบาลเป็นวิหารด่านแรกสำหรับผู้ที่เข้ามาเยือน
พระอุโบสถ ตั้งอยู่บริเวณส่วนกลางของวัด เป็นหัวใจสำคัญของพิธีกรรม
วิหารเทพเจ้า ตั้งอยู่บริเวณส่วนหลังสุดของผังวัด
3. สัญลักษณ์มงคลและศิลปะทางจิตวิญญาณ จากภาพวาด ผู้พิทักษ์และสิริมงคล: ภาพวาดเผยให้เห็นสิงโตหินคู่ตั้งตระหง่านหน้าประตูเพื่อปกป้องสถานที่ และโคมไฟสีแดงที่แขวนเรียงรายสื่อถึงความโชคดี
อักษรศิลป์มหายาน บนผนังและป้ายหน้าวัดมีการจารึกตัวอักษรจีนที่แสดงถึงความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามหายาน โดยเฉพาะคำนมัสการพระศากยามุนีพุทธเจ้าและพระอมิตาภพุทธเจ้า
ชื่อวัดที่เป็นมงคล ป้ายชื่อวัดภาษาจีนอ่านว่า เล่งเน่ยยี่ Long Lian Si หมายถึง วัดมังกรดอกบัว ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของวัดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจในย่านเยาวราช
4. การนำเสนอในรูปแบบวิจิตรศิลป์
ตัวภาพถูกนำเสนอในรูปแบบ ม้วนภาพแขวน Hanging Scroll แบบโบราณ พร้อมมีการประทับ ตราสีแดง Red Seals ที่มุมภาพ เพื่อยืนยันความสมบูรณ์และคุณค่าทางศิลปะของงานชิ้นนี้
โดยสรุป แหล่งข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดมังกรกมลาวาสไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็น เพชรน้ำเอก ของสถาปัตยกรรมช่างแต้จิ๋ว ที่มีการวางผังอย่างเป็นระบบและเปี่ยมด้วยสัญลักษณ์แห่งความศรัทธา
ศิลปะบนม้วนกระดาษที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลนี้ เป็นรูปแบบการนำเสนอที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมอย่างเด่นชัด โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
รูปแบบม้วนภาพ Scroll Format ตัวภาพวาดถูกนำเสนอในลักษณะของม้วนภาพแขวนแบบโบราณ ซึ่งมีแกนไม้ด้านบนและด้านล่างสำหรับม้วนเก็บและกางออกเพื่อแขวนผนัง
การใช้รูปแบบนี้ช่วยขับเน้นให้วัดมังกรกมลาวาสดูมีความขลังและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
การประทับตราสีแดง Red Seals/Chops ในภาพมีการปรากฏของตราประทับรูปสี่เหลี่ยมสีแดงบริเวณมุมบนขวาและมุมซ้ายล่าง
ตราประทับเหล่านี้ถือเป็น
องค์ประกอบสำคัญของศิลปะบนม้วนกระดาษในแถบเอเชียตะวันออก ใช้เพื่อระบุตัวตนของศิลปิน ผู้ครอบครอง หรือเป็นคติธรรมมงคล ซึ่งช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับงานศิลปะชิ้นนี้
เทคนิคสีน้ำและหมึก
ภาพวาดนี้ใช้เทคนิคคล้ายการสะบัดพู่กันด้วยสีน้ำหรือหมึกจีน โดยเน้นโทนสีน้ำตาลและสีซีเปีย Sepia ให้
ความรู้สึกที่เก่าแก่และนุ่มนวล
การเล่นน้ำหนักของสีทำให้เกิดมิติของแสงและเงาบนตัวอาคารวัดได้อย่างสวยงาม
การผสมผสานวิจิตรศิลป์และอักษรศิลป์ นอกเหนือจากตัวภาพสถาปัตยกรรมแล้ว ศิลปะบนม้วนกระดาษนี้ยังรวบรวมการเขียนพู่กันจีน Calligraphy ไว้บนป้ายคู่หน้าวัดและป้ายชื่อวัด
ซึ่งเป็นการผสานงานจิตรกรรมเข้ากับอักษรศิลป์ได้อย่างลงตัวตามขนบศิลปะจีน


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น